Home สอนใจ ข้อคิดคำคม 9 ข้อคิดของคนสู้ชีวิต หากยังรักตัวเอง จงจำไว้นะ

ข้อคิดคำคม 9 ข้อคิดของคนสู้ชีวิต หากยังรักตัวเอง จงจำไว้นะ

1 min read
ปิดความเห็น บน ข้อคิดคำคม 9 ข้อคิดของคนสู้ชีวิต หากยังรักตัวเอง จงจำไว้นะ
0
5,326

1. อย่ากังวล หรือ ใส่ใจกับทุกคำพูด

หรือทุกสายตาของคนรอบข้างมากจนเกินไป
ยุคที่คนส่วน มากให้ความสำคัญกับเปลือ ก

มากกว่าคุณค่าที่แท้จริงของคนคนเลือกที่จะใช้ชีวิต

เพื่อให้คนรอบข้างพอใจ และ เห็นว่าเขาเป้นคนสำคัญการทำแบบนี้

จะทำให้สูญเสี ยความเป็นตัวของตัวเอง

และ ยังติดนิสัยสร้างภาพหลอ กลวงคนอื่นไม่พอ

ยังหลอ กลวงและปิดบังความไม่มั่นใจของตนเองเอาไว้

ไม่ให้คนอื่นๆ เห็นอีกด้วยยิ่งทำ ยิ่งเป็นทุกข์ ยิ่งทำยิ่งสูญเสี ยตัวตน

สุดท้ายไม่รู้ว่าใช้ชีวิตทุกวันนี้ เพื่อคนอื่น หรือ เพื่อตัวเองกันแน่ดังนั้น

อย่าใส่ใจกับทุกสายตา หรือ คำพุดของคนอื่นๆ

มากจนเกินไป ควรไตร่ตรองเลือ กใส่ใจกับข้ อเท็จจริง

หรือ สิ่งที่สามารถนำไปปรับปรุง หรือ มีประโยชน์ต่อ

การทำงาน หรือ การดำเนินชีวิตจะดีกว่าป่วยกาย

รักษาได้ป่วยทางจิตใจ ย ากที่จะรักษา

และ อาจจะนำพาชีวิตพังได้

2. อย่ ากลัว หรือ อย่ าหนีปัญหา หรือ หนีในสิ่งที่ไม่ชอบ
โบราณเขาว่าเอาไว่ว่ายิ่งหนี ยิ่งเ กลียด

ยิ่งเจอแน่นอนว่าการทำงาน ย่อมต้องเจอ

กับปัญหาและอุปสรรค ถือเป็นเรื่องปรกติคน

ที่หลีกเลี่ยงปัญหาหรืออุปสรรคในตอนนี้

อาจจะต้องเจอ กับปัญหาหรืออุปสรรคที่ใหญ่ขึ้น

ซับซ้อน มากขึ้น และย ากขึ้น แน่นอนในวันหน้า

ปัญหาและอุปสรรค ที่ผ่านเข้ามา มันก็คล้ายๆ

กับเราเล่นเกมส์ เกมส์ของชีวิต​ ที่เราต้องฝ่าฟัน

ผ่านด่านแต่ละด่านไปให้ได้ เมื่อผ่านเรื่องปัญหาเล็กๆ

หรือ อุปสรรคเล็กๆ ไปได้

ด่านถัดไป เราจะมีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น และ

จะสามารถต่อสู้กับเรื่องที่ย ากขึ้นได้อย่างสบาย

ดังนั้น อย่าเพิ่งหนี สิ่งที่เรากำลังเจออยู่

อาจจะมีคนอีกมากมายที่เขาผ่าน

มาได้แล้วจงหาคนเหล่านั้น

ไปเรียนรู้วิธีการ และ แนวทางของเข า ดู

จะทำให้เราหาทางผ่านพ้นเรื่องปัญหา

และ อุปสรรค ของเราไปได้ง่ายขึ้น

3. อย่ ากลัวที่จะผิดพลาด

เ พราะ ทุกคนล้วน มีโอกาสพลาดกันได้ทั้งนั้น

จริงแล้ว ความผิดพลาด คือสิ่งที่ดี

เพร าะความผิ ดพลาดที่เราก่อขึ้น

คือ หลักฐานที่พิสูจน์แล้วว่า เราได้ลองลงมือทำแล้ว

และ วิธีการนี้สรุปว่ามันไม่ W o r kด้วยมุมมองแบบนี้

จะทำให้เกิดการคิดสร้างสรรค์และหาหนทางใหม่ในการลองทำอีก

ลองทำไป ลองผิ ดบ้าง ลองถูกบ้าง

เดี๋ยวจะเจอทางที่ใช่เอง กระบวนการนี้ เปรียบเสมือน

เรากำลังทำ D e s i g n T h i n k i n g ออ กแบบหาวิธีการ

ผนวกกับการใช้ P r o b l e m S o l v i n g

เข้าไปในการลงมือปฏิบัติถ้าเราไม่กลัวผิ ดพลาด

เราก้จะได้ฝึกสองเรื่องนี้ไปแบบเนียนๆ

และ ที่สำคัญ ทักาะสองตัวนี้ คือ ทักษะที่สำคัญ

และทำมาหากินได้ง่ายมากในยุคนี้และยุคหน้าดังนั้น

จงพลาดให้มาก จงเรียนรู้จากสิ่งที่พลาดให้เยอะ

ทุกอย่ างคือ การลงทุนและประสบการณ์ที่คืนทุน

และมีกำไรมหาศาลให้กับเราในอนาคตได้อย่ างแน่นอน

4. อย่าหั กโหมทำงานหนัก จนลืมดูแลรักษาสุขภาพของตัวเอง
บริษัทเขาคงไม่เสี ยใจ หรือ เสี ยดาย จากการตา ย ไป

ของเราอย่างแน่นอนอย่างมากเขาก็คงส่งพวงหรีด

และ เงินค่าช่วยเหลือทำศ พให้ถ้าเราทำงานจนล้มป่ ว ย

หรือ อาจจะต้องเ สียชีวิต ในอีกไม่กี่วันหลังจากนั้น

บริษัทก็จะหาคนใหม่มาแทนที่เราได้ในไม่ช้าแต่การสูญเสี ยของเรา

มันกระทบต่อคนในครอบครัวมาก บางคนที่เป็น

หัวเรือใหญ่ของครอบครัว การจากไปของเขา

กลับกลายเป็นการทิ้งภาระมากมายมหาศาล

เอาไว้ให้กับครอบครัว เช่น ห นี้สิน

หรือ การข าดรายได้ดังนั้น จงอย่ าคิดว่า บริษัทจะตก

ที่นั่งลำบากถ้าไม่มีเรา คนที่ลำบากคือคนในครอบครัว

ของเราต่างหากจงอย่าหั กโหมจนต้องล้มป่วย

จงทำงานให้เต็มที่และดีที่สุด ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

5. อย่ ากลัวกับการเปลี่ยนแปลง
ในยุคนี้ การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทั้งในแง่บวกและแง่ลบ

อย่างรวดเร็วมากหลายๆ บริษัทที่เคยใหญ่โต

และมั่นคง มาย าวนานกว่า 20-30 ปี

กลับล้มลงไม่เป็นท่า

หลายแห่งปิดตัวลงไป ก็มีเยอะแต่ก็มีอีกหลายบริษัทเช่นกัน

ที่ปรับตัว และ เปลี่ยนแปลงได้ไว

เช่น บางบริษัทเพิ่งจะตั้งไข่ได้ไม่กี่ปี ก็สามารถเติบโต

เคียงข้างบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีอายุกว่า 40-50 ปี

ได้พวกเรา ก็เหมือนบริษัท ถ้าเราเพิกเฉย

เมินเฉย ต่อ การเปลี่ยนแปลง

หรือ ไม่ใส่ใจที่จะพัฒนาตนเอง

ในไม่ช้าเราก็จะถุกเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน

เพร าะ ในแต่ละปี จำนวนพนักงานที่ถูกทดแทน

โดยเครื่องจักร และ AI มีจำนวนสูงขึ้นทุกปี

และ มีการปลดพนักงานออ กมีแนวโน้มสูงขึ้นด้วย

ถ้าเรารอ หรือ ไม่กล้าที่จะเปลี่ยน

หรือ ไม่พัฒนาตนเอง อีกไม่นานก็คงจะถูกระบบ

หรือ เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ และ ในท้ายที่สุด

โอกาสในการหางานทำ ก็แทบจะเป็นศูนย์

6. อย่ าทำงานแค่พอผ่าน

เพ ราะงานของเรา คือ ภาพพจน์ของเราที่คนอื่นๆ มองเห็น
มันก็ใช่ ที่ว่า บางวันเราอาจจะเหนื่อย

บางวันเราอาจจะเซ็งเจ้านาย บางวันเราอาจจะอารมณ์ไม่ดี

แต่ก็ไม่ควรเอาเรื่องเหล่านั้นไปลงกับผลงานที่เรากำลังจะทำ

หรือ ต้องทำเ พราะ การทำงานด้วย

อารมณ์ที่แปรปรวน หรือ อารมณ์ที่ขุ่น มัว

ยิ่งจะทำให้งานออกมาแย่ หรือ เสี ยหา ยได้

ชิ้นงานแต่ละงาน ที่ผ่าน มือเรา ไม่ว่าจะเป็นงานง่าย

หรือ งานเล็กๆ หรือ งานใหญ่ๆ เราล้วนต้องใส่ใจ

และให้ความสำคัญกับทุกงานทั้งสิ้น

เ พราะทุกชิ้นงาน ที่ทำโดยเรา คนอื่นเขามองออ ก

เขาสามารถรู้ได้ว่า เราทำด้วยความตั้งใจ และ

เต็มที่กับมันหรือเปล่าภาพลักษณ์ภายนอ ก แค่หน้าต า

หรือ การแต่งกายสำคัญก็จริง แต่ภาพลักษณ์

จากผลงานที่เราทนั้นสำคัญยิ่งกว่า

ยิ่งถ้าได้ทั้งภาพลักษณ์ภายนอ กเราดูดีด้วย

ผลงานก็ดีด้วย อย่างไรก็รุ่งแน่นอน

7. อย่ าหยุดที่จะเรียนรู้

คนที่หยุดเรียนรู้ เท่ากับว่า เขาได้ทำล าย

อนาคตและอาชีพของเขาไปเรียบร้อยแล้วยิ่งตอนนี้

ความรู้มีการ update ตลอ ดเวลา

ถ้าเราจะก้าวให้ทันกระแสการเปลี่ยนแปลง

หรือ อย ากจะอยู่แนวหน้าในสายอาชีพของเรา

เรายิ่งต้องไขว่คว้าหาความรู้เหล่านั้นทันที

L i f e l o n g L e a r n i n g คือ การเรียนรู้

ไม่มีที่สิ้นสุดไม่ว่าเราจะอยู่ในช่วงอายุเท่าไหร่ก็ต าม

ไม่มีใครแก่เกินเรียน และ ไม่มีใครเด็กจนจะเรียนเรื่องย ากๆ

ไม่ได้เรียนเถอะครับ แต่เราก็ต้องรู้ว่าเรียนเรื่องอะไร

เกี่ยวกับงานเราไหม เราจะใช้ประโยชน์จากที่เรียนนั้นอย่ างไร

ไม่มีใครมีชีวิตที่แย่ลง จากการเรียนรู้ แต่คนที่เขาแย่ลง

เกิดจากการเรียนไป แต่ไม่รู้จะเอาไปใช้อย่ างไร

มากกว่าขอให้ปีนี้ เป็นปีที่ดีที่สุดอีกปีนึง ของทุกคนนะครับ

8. อย่ าคิดว่าตัวเราเอง คือ จุดศูนย์กลางของทุกเรื่อง

การมองจากมุมของ การให้ความสำคัญของตนเองเป็นหลัก

ผลที่ต ามมาคือ การกล่าวโทษคนอื่นๆ

ทั้งที่ตัวเราเองผิ ด หรือ ไม่ดี​ หรือ จะทำแต่ในเรื่อง

ที่ตัวเราเองได้ประโยชน์ โดยไม่คำนึงถึงความสูญเสี ย

ที่ผู้อื่นจะได้รับการกระทำแบบนี้ คือ

การเห็นแก่ตัว ที่มาจาก S e l f D e c e p t i o n

กล่าวคือ มีทัศนคติที่เป็น I n w a r d M i n d s e t

ผลที่ต ามมา ก็คือเป็นคนที่ข า ดความสุข

ชีวิตก็ไม่ประสบความสำเร็จอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

เพ ราะอะไรที่ทำผิ ด ทำไม่ดี ไม่เคยยอมรับ

เอาแต่โทษคนอื่นๆ ทำแบบนี้ ก็จะไม่เกิดการเรียนรู้

และการแก้ไข สุดท้ายชีวิตก็ต้องจมอยู่กับความทุกข์ด้วย

เพ ราะการหลอ กตนเองทัศนคติแบบ O u t w a r d M i n d s e t

คือ มองและให้ความสำคัญกับคนอื่นๆ เท่าๆ กับตัวเรา

จะทำให้ การทำงาน หรือ การใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นง่ายขึ้น

ที่สำคัญ เราเองจะมีความสุขมากขึ้น และ

เป็นที่รักต่อคนรอบข้างมากขึ้นเช่นกันO u t w a r d M i n d s e t

ถือ เป็นอีกหนึ่งอ า วุ ธ ทางจติใจ

ที่ทำให้คนทำงานก้าวข้ามทัศนคติที่เป็นลบไปได้

9. อย่ ากลัวกับการเริ่มต้นใหม่

ความเคยชิน ความสบาย มันน่ากลัว ซึ่งหล า ยๆ คน

เลือ กเดินทางนี้ เ พราะรู้สึกว่าปลอ ดภั ยแต่หารู้ไม่ว่า

ในโลกของการทำงานยุคนี้ ความปลอ ดภั ยในหน้าที่การงาน

ไม่มีจริงอีกต่อไปแล้วงานที่ทำๆ กันอยู่วันนี้

พรุ่งนี้อาจจะไม่มีแล้วก็ได้เรื่องของความเคยชิน

ความสบาย ถ้าเส พติ ดมันอยู่นานๆ นานเกินไป

มันจะทำให้เราตกหลุมเข้าไปอยู่ในกล่องใบเล็ก

กล่องที่ทำให้เราไม่กล้าที่จะมอง หรือ คิด

เพื่อที่จะเริ่มต้นกับสิ่งใหม่ๆที่สำคัญ สิ่งใหม่ๆ

อาจจะไม่ได้น่ากลัวอย่ างที่เราคิด หรือ

อย่ างที่เรากังวล เพียงแต่พอสบายมานาน

ก็จะรู้สึกต่อต้านกับทุกเรื่องใหม่ๆ ที่ผ่านเข้ามา มองสิ่งใหม่ คือ เรื่องท้าทาย

และ ให้เรื่องท้าทายนี้ ถูกจัดการด้วยมันสมอง

และความสามารถของเราดีกว่าถ้าเราคิดแบบนี้

และทำแบบนี้ได้ การเริ่มต้นกับสิ่งใหม่ๆ เราก็จะไม่กังวล

และ เผลอๆ ทำได้ดีกว่าที่คิดอีกด้วยผลลัพธ์ของการทำในสิ่งใหม่ๆ

บ่อยๆ จะทำให้เราได้เจอ กับโอกาสใหม่ๆ

เพื่อนกลุ่มใหม่ๆ หรือ เผลอๆ ได้งานใหม่ ง่ายยิ่งขึ้น

ที่มา forlifeth

Load More Related Articles
Load More By adminta
Load More In สอนใจ
Comments are closed.

Check Also

26 คำพูดต้องห้าม ตราบใดที่คุณยังเป็น มนุษย์เงินเดือน

1. ทำไม่ได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าคนไหน ต่างก็อย ากได้ … …