Home สอนใจ 26 คำพูดต้องห้าม ตราบใดที่คุณยังเป็น มนุษย์เงินเดือน

26 คำพูดต้องห้าม ตราบใดที่คุณยังเป็น มนุษย์เงินเดือน

2 second read
ปิดความเห็น บน 26 คำพูดต้องห้าม ตราบใดที่คุณยังเป็น มนุษย์เงินเดือน
0
362

1. ทำไม่ได้ครับ

ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าคนไหน ต่างก็อย ากได้ยินลูกน้องของตัวเองบอกว่า

‘ทำได้’ ทั้งนั้น การบอกว่าเรา ‘ทำได้’

(ทั้งที่ความเป็นจริงอาจกำลังอึ้งกิมกี่อยู่ก็ตาม)

แสดงให้เห็นว่าเรามีศักยภาพที่เต็มเปี่ยม

และพร้อมที่จะเรียนรู้ไม่ว่าจะยากเย็นแค่ไหน

ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจและความไว้วางใจ

ของหัวหน้าที่มีต่อเรา ในขณะเดียวกัน คำว่า ‘ทำไม่ได้’

แสดงให้เห็นถึงการขาดความมั่นใจ

และการไม่มีความพย าย ามเอาเสียเลย ไม่ว่ายังไงก็ตอบว่า ‘ทำได้’ ครับ

หรือหากอยากเลี่ยงบาลีสันสกฤตหน่อย

แค่ ‘โอเคครับพี่’ ก็ไม่ได้เสียหายแต่อย่างใด

รับรองว่าเราจะกลายเป็นบุคคล ‘หมายมั่นปั้นมือ’

ของหัวหน้าขึ้นมาทันทีเชียวล่ะ จำไว้เสมอว่า

“หัวใจที่อ่อนแอ ก็เท่ากับแพ้ตั้งแต่เริ่ม”

2. พูดสบถ หยาบคาย

อย่าได้บังอาจสบถใส่บุคคลที่ป้อนเงินให้เราเป็นอันข าด

เข้าใจว่าด้วยความสนิท อาจเป็นเหมือนพี่เหมือนน้อง

เฮฮาสนุกกันได้ ถึงจะไม่ได้มีใครบัญญัติไว้

แต่ก็อย่าเผลอพูดออกไปเชียวล่ะ

นานวันเข้ามันอาจแสดงถึงการไม่รู้กาลเทศะ

และไม่รู้จักความเคารพของเราได้

3. “นี่มันไม่เกี่ยวกับผมครับ” หรือ “นี่ไม่ใช่งานของผมครับ”

ท่องไว้เสมอว่า ประการอันใหญ่หลวง

ที่หัวหน้าเราจ้างเราทำงาน ก็คือ

“เพื่อทำให้ชีวิตของเขาง่ายขึ้น” จะเป็นหน้าที่ของเราหรือไม่

ไม่ว่าหัวหน้าจะฝากฝังงานอะไรมา

ก็ต้องยอมจำนนศิโรราบแต่โดยดีครับ

อย่ามาลีลาว่าอย่างนั้นอย่างนี้

ตอนเขียนใบสมัครมาให้เราเป็นครีเอทีฟคิดงานอยู่ในโลก

อยู่ดี ๆ ให้ออกนอกโลกไปขายงานลูกค้าเฉย

บางครั้งการชกมวยที่ดีก็คือการบุกเข้าชน

ไม่ใช่มวยติ๊ดชึ่ง เด้งเชือกไปเรื่อย

ถ้าเรามีประสิทธิภาพจริง ก็ต้องสามารถทำได้หลาย ๆ อย่าง

การบอกว่า ‘ไม่ใช่หน้าที่ของเรา’

แสดงให้เห็นถึงความเห็นแก่ตัว

ทีเงินเดือนที่เคยเรียกมาตอนสัมภาษณ์

ยังขอให้เขาปรับขึ้นได้ พอเวลาเขา

ขอให้เราทำงานนอกเหนือจาก Scope หน่อย ทำมาเป็นเถรตรง

4. ไม่รู้ครับ

ไม่จำเป็นต้องตอบคำถามทุกคำถามก็ได้

บางครั้งการคาดเดาอย่างมีเหตุผล

และรับปากว่าจะลองไปหาคำตอบที่ถูกต้องมาให้

ก็ยังจะดีกว่าตอบง่าย ๆ ทึ่ม ๆ ว่า “ผมไม่รู้”

บางครั้งการตอบแบบนั้นอาจแสดงให้เห็น

ถึงคนที่ไม่รู้จักใช้ความคิด หรือที่เราเรียกกันว่า

‘ชนชั้นกลวง’ นั่นเอง ใครจะตาบอดมืดมิดเท่ากับคนไม่อยากรู้นั้น ไม่มีครับ

5. ไม่

“สมยอม วันนี้คุณช่วยดูงานของบุญส่งหน่อยได้ไหม ?”

/ “ไม่ครับ” จบเห่กันเลยทีเดียว บางครั้งถ้าเราไม่ว่างจริง ๆ

ก็ไม่จำเป็นต้องตอบ ‘ไม่’ เสมอไป

ยังมีวิธีตอบที่ชาญหลาดกว่านี้เป็นร้อยเท่า

อาทิ “วันนี้จะดีกว่าถ้าให้ผมตั้งใจกับงานขายลูกค้า

ที่ต้องไปพรีเซนต์ในวันพรุ่งนี้ หัวหน้าว่าดีไหมครับ ?”

นี่สิครับถึงจะเรียกว่ารู้จักคิด รู้จักตอบอย่างหลักแหลม

6. ผมจะลองดู

หลายคนหลงคิดว่าการบอกว่าจะ ‘พย าย าม’

เป็นคำตอบที่ดีและพอรับได้ แต่ในความเป็นจริง

มันกลับทำให้หัวหน้าของเรา รู้สึกถึงความไม่แน่ใจ

และเผลอ ๆ อาจรำลึกในใจด้วยว่า

“ข้าพเจ้าจะจ้างมันมาทำไมวะเนี่ย”

ลองนึกดูซิครับ ถ้าวันนึงเราถามหัวหน้าของเราว่า

“พี่จะช่วยเซ็นเชคเบิกค่าน้ำมันให้ผม

ในการไปพบลูกค้าก่อนสิ้นเดือนนี้ได้ไหมครับ ?”

แล้วหัวหน้าคุณตอบว่า “ผมจะลองดูนะ”

เราจะรู้สึกยังไงล่ะครับ ‘ลอง’ มาก ระวังลาภหายนะ

7. เห็นเขาว่า

หลีกเลี่ยง ‘วงเล่า’ จำพวกซุบซิบนินทา

ตามประสาคนชอบสอดเรื่องชาวบ้านก็ดีครับ

เวลาเห็นเหล่าสมาชิกพรรค ‘วงเล่า’

ตั้งกลุ่มเมาท์ทูเมาท์กันเมื่อไหร่

ก็พย าย ามอย่าให้ตัวเราลงไปนั่งคลุกคลีอยู่ในวงเหล่านั้น

แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ก็รู้จักฟังหูไว้หู

คิดเสมอว่าความจริงคืออะไร เราไม่รู้หรอก

ไม่ใช่เรื่องของเรา และที่สำคัญ อย่าพย าย ามแสดงความคิดเห็นใด ๆ

ทั้งสิ้น ฟังและยิ้มรับอย่างเดียวเป็นดีครับ

เ พราะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะทำให้หัวหน้ามองเราไม่เป็นมืออาชีพ

และไม่มีความเป็นผู้ใหญ่พอที่จะตบเท้าก้าวขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งผู้นำได้

8. แล้วผมจะได้อะไรจากการทำงานชิ้นนี้

จะเอาอะไรอีกล่ะครับ ได้เงินเดือนทุกเดือนนี้ยังไม่พออีกหรือ

การทำงานที่ดีไม่ใช่แค่คอยสอดส่องมองหา

ว่าจะได้อะไรเพิ่มบ้าง แต่เป็นการที่เรารู้ตัวเองดี

ว่าเราทำอะไร แล้วจะเกิดประโยชน์อย่างไรกับตัวเอง

“การได้รับที่แท้จริง ไม่ใช่การเรียกร้องถามจากคนอื่น

แต่เป็นการที่เรารู้อยู่แก่ใจต่างหาก”

9. ผมขอโทษครับ, แต่ว่า

ขงจื๊อกล่าวเสมอว่า “จงพูดความจริง

แม้มันจะนำพามาสู่ความต าย” การหาข้ออ้างเพื่อเลี่ยงความผิด

เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

หรือที่ภาษาบ้าน ๆ เราพูดกันว่า “ยังไงก็ไม่เนียน”

บางครั้งการพูดความจริงยังจะดีเสียกว่า

เ พราะอย่างน้อยเราก็รู้จักเคารพและให้เกียรติต่อตนเอง

แล้วนับภาษาอะไรที่คนอื่นจะไม่อยากเคารพ

และให้เกียรติเรา ไม่เว้นแม้หัวหน้าของเราเอง

10. ก็ผมทำดีที่สุดแล้ว

คำนี้คือการละทิ้งความรับผิดชอบอย่างหาที่สุดไม่ได้จริง ๆ

ถ้าเราทำผิดพลาด แล้วยังมีหน้ามาบอก

เจ้านายว่าทำดีที่สุดแล้ว นั่นก็แลดูจะกระไรอยู่นะครับ

คนเราผิดพลาดได้เสมอตราบที่ยังมีลมหายใจ

หากรอบหน้าผิดพลาดประการใด ลองเปลี่ยนมาเป็นพูดว่า

“คราวหน้าผมจะไม่พลาดอีกครับ” ยังจะดีเสียกว่า

11. ผมจะ(ลา)ออก

อย่าพยายามขู่เข็ญบริษัทด้วยการปาว ๆ

ว่าจะลาออก เพราะมันช่างดูไม่เป็นมืออาชีพเอาเสียเลย

นอกจากจะทำให้เราดูเป็นคนมีทัศนคติที่ไม่ค่อยดีแล้ว

ยังจะทำให้คนอื่นพิจารณาว่า เราเป็นตัวเสี่ยงภัย

ต่อบริษัทอีกด้วย อย่าให้ใครมาบอกว่า เราเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายครับ

12. ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า

ประโยคสั้น ๆ นี้อาจทำให้หัวหน้าหลายคนรู้สึก

ไม่อย ากฝากฝังอะไรกับเรานัก

เพ ราะมันเป็นการบ่งบอกถึงความไม่เอาใจใส่

และข าดความรับผิดชอบ ลองนึกเล่น ๆ ดูครับว่า

ถ้าหัวหน้าของเราไหว้วานให้เราไปรับลูกสาวที่โรงเรียนตอนสี่โมง

แล้วเราก็ตบปากรับคำเป็นอย่างดี

ปรากฏว่าตอนหกโมงเย็นเดินเข้าไปหาหัวหน้า

แล้วยืนเกาหัวสไตล์เซอร์ ๆ เท่ ๆ นิด ๆ

พร้อมกับพูดว่า “ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ครับว่า…” แล้วมันควรไหมล่ะครับ ?

13. ผมเคยลองพยายามแล้ว

เป็นเรื่องธรรมด๊า-ธรรมดาที่เราต้องทำใจครับว่า

หัวหน้าทุกคนมีความเกียจคร้านแฝงอยู่ในจิตใจเสมอ

บ่อยครั้งที่หัวหน้ามักจะเรียกให้เราช่วยไปคิดงานนู่นนี่ให้หน่อย

และพอกลับมาหาเขาอีกครั้ง ก็มักจะมีไอเดียที่เขาอยากได้คิดไว้ในใจอยู่แล้ว

จนหลายครั้งเราอดสงสัยไม่ได้ว่า

“แล้วทำไมลูกพี่ไม่คิดเองตั้งแต่แรกฮะ”

ข่มใจเอาไว้ครับ แล้วเลือกที่จะพูดว่า

“ผมว่าจะดีกว่าหากเราลองไอเดียอื่นที่น่าจะได้ผลมากกว่า”

พร้อมรอยยิ้มโชว์ฟัน เผยริมฝีปาก แต่อย่าเผลอแลบลิ้นออกไปล่ะครับ

14. แต่ที่ทำงานเก่าผม เขาทำกันแบบนี้

บางครั้งเราอาจจะเคยชินกับการทำงานในวิธีแบบ(ที่)เดิม ๆ

ที่เราจากมา แต่ขอให้นึกเสมอครับว่าที่ใหม่ ๆ

ก็ต้องลองวิธีใหม่ ๆ หรือถ้าเราเห็นว่าวิธีเดิมที่เคยทำมามันใช้ได้ผล

ก็อธิบายให้หัวหน้าเข้าใจครับว่าวิธีนี้ทำอย่างไร

แล้วมันได้ผลอย่างไร แทนที่จะมานั่งบอกว่าที่เก่าเราทำแบบไหน

ถ้าอยากใช้วิธีแบบเก่าจริง ๆ ก็ต้องกลับไปอยู่กับที่เก่า ๆ เช่นกันครับ

15. มันไม่ใช่ความผิดของผมจริง ๆ มันเป็นความผิดของ…

การโยนความผิดให้คนอื่น คือ การโยนของเสียเข้าตัวอย่างจัง

บ่อยครั้งที่ความผิดพลาดนั้นไม่ได้มาจากตัวเราจริง ๆ

แต่หนทางที่ดีที่สุดคือ การออกตัวรับความผิดชอบนั้น ๆ

อาทิ “เดี๋ยวผมเอาไปแก้ไขให้”

นอกจากจะทำให้หัวหน้ารู้ว่าไม่ใช่ความผิดของเราแล้ว

ยังทำให้เขารู้สึกว่าเรามีศักยภาพในความเป็นผู้นำอีกด้วย

มัวแต่โยนให้คนนู้นคนนี้ ระวังคนอื่นจะโยนมาให้เราบ้างนะครับ

16. หัวหน้าคนก่อนทำได้ดีกว่านี้ครับ

เชื่อว่าคนเป็นหัวหน้าทุกคน มีความเชื่อมั่นในแบบแผนของตนเอง

มากกว่าเชื่อแบบแผนของคนก่อน ๆ เสมอ

เ พราะเขาคือผู้ที่ยืนอยู่บนแท่นตำแหน่งปัจจุบัน

อย่าท้าทายหัวหน้าของคุณด้วยการเปรียบเทียบกับหัวหน้าคนเก่า

เพียงแค่เพราะว่าวิธีแบบคนเก่าทำให้คุณสะดวกสบาย

มอบความเชื่อมั่นให้หัวหน้าของเรา

แล้วเขาจะมอบความเชื่อมั่นกลับมาให้เราเช่นกัน

จะคนเก่าหรือคนใหม่ แพ้ชนะก็วัดกันที่ผลลัพธ์ในปัจจุบันครับ

17. ผมเบื่อ

บ่อยครั้งที่เราเกิดอาการอ่อนล้า เพลีย

และเบื่อหน่ายกับการถาโถมทำงานอย่างหนักตลอดสัปดาห์เต็ม ๆ

เราจึงเลือกที่จะระบายความเครียดเหล่านั้น

กับบุคคลที่ไม่ควรอย่างยิ่ง สิ่งที่สำคัญที่ต้องระลึกไว้ก็คือ

เราถูกจ้างมาเพื่อทำงานให้เกิดประสิทธิผลมากที่สุด

และเต็มเปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้น

สนใจในการทำงาน ซึ่งเป็นหน้าที่ของเราที่จะหา

วิธีทำให้การทำงานของเราสนุก และน่าสนใจยิ่งขึ้น

บ่นระบายกับหัวหน้ามาก ๆ ประเดี๋ยวหัวหน้าก็ขอระบาย

(เรา)ออกบ้างหรอกครับ ทุกที่มีความสุข ตราบที่เราพกมันไปด้วย

18. ผมไม่สามารถทำงานกับเขาได้

การเข้ากับเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนไม่ได้ คงไม่ใช่เรื่องดีแน่

เช่นเดียวกันกับการทำงาน มันแสดงให้เห็น

ถึงการไม่มีประสิทธิภาพของเราเอง

และยังแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ของงานที่จะออกมาไม่ดีอีกด้วย

ยิ่งเราทำงานร่วมกับคนอื่นได้มาก

ก็ยิ่งเป็นการเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จ

19. เขา/เธอนั้นงี่เง่า

การต่อว่าเพื่อนร่วมงานคนอื่นให้หัวหน้าฟัง

ก็เหมือนเป็นการเล่าข้อเสียตัวเองให้หัวหน้าฟังเช่นกัน

ยับยั้งชั่งใจไว้บ้างก็ดี หัวหน้าไม่ได้อยากรู้เรื่องของคนอื่นหรอกครับ

เขาอยากรู้แค่ว่าตัวเราเองจะทำอะไรให้เขาได้มากแค่ไหน

และเกิดประสิทธิภาพที่ดีที่สุดเท่านั้นเอง

20. โห่…แล้วทำไมไม่บอกผมก่อน

แค่คำอุทานเริ่มต้น ‘โห่’ ก็เจ๊งแล้วครับ

ประโยคนี้สื่อให้เห็นถึงความแข็งกระด้างอันหยาบโลน

บางครั้งจะดีกว่าถ้าหากเราจะรอเพื่อความชัวร์ หรืออันที่จริง

บุกเข้าไปหาหัวหน้าเลยก็ได้ คุยให้ขาด เอาให้ชัด ๆ

กันไปเลย บางทีคนที่เป็นคนคุมชีวิตพนักงานหลายสิบคน

กับคนคอยจ่ายเงินให้แต่ละองค์ ก็อาจจะหลง ๆ ลืม ๆ ไปบ้างครับ

21. ก็ผมถามเขา/เธอ แล้ว

การข้ามหน้าข้ามตาหัวหน้าของเราเอง

ถือเป็นการละเมิดสิทธิคนจ่ายเงินเป็นอย่างยิ่ง

ถึงแม้เรื่องบ้างเรื่องจะไม่ได้เกี่ยวกับหัวหน้าของเรา

เป็นเรื่องของ HR ล้วน ๆ แต่อย่าลืมว่าสุดท้ายแล้วก็หัวหน้านี่แหละ

ที่เป็นคนตัดสินฟันธงทุกอย่าง

ฉะนั้น เวลาจะตัดสินใจอะไร ก็อย่าลืมนึกถึง

หัวหน้าของเราด้วยครับ การเข้าไปคุยกับเขา

หรือบอกเล่ารายงานให้เขาฟัง ก็ไม่ได้เสียหายแต่อย่างใด

อีกทั้งยังเป็นเรื่องที่ดีอีกด้วย ถือเป็นการให้เกียรติคนจ่ายเงินครับ

22. ผมยังหาวิธีแก้ไขไม่ได้ครับ

อย่าบอกหัวหน้าของคุณถึงปัญหาที่เกิดขึ้นทั้ง ๆ

ที่เรายังหาทางออกไม่ได้ คนเป็นผู้นำที่ดีจะบอกถึงวิธีแก้ไข,

ส่วนผู้ตามจะคอยพูดถึงแต่ปัญหาที่เกิดขึ้น

23. อย่าทำนิสัยเด็ก ๆ ขี้อิจฉา ขี้ฟ้อง(ร้อง)

“ทำไมคนนี้ได้อย่างนี้ ทำไมคนนี้มีแบบนี้

แต่ทำไมผม/ฉัน ไม่มี” อย่าเอานิสัยเด็ก ๆ

ระดับอนุบาลศึกษามาใช้กับหัวหน้าครับ

เราเป็นสามัญชนรุ่นใหญ่แล้วใจต้องนิ่งพอ

เอาเวลาไปโฟกัสกับงานของเราจะดีกว่า

ไม่ใช่เรื่องบ้า ๆ บอ ๆ กับเงินเดือน หรือสิทธิพิเศษของชาวบ้าน

เพราะนั่นแสดงให้เห็นถึงการไม่มีความเป็นผู้นำที่ดีพอของเรา

และยังส่อให้เห็นถึงการไม่บรรลุนิติภาวะอีกด้วย

ใครเขาจะอะไรก็ให้เขาไปครับ ไม่ใช่เรื่องของเรา

อยู่นิ่ง ๆ และอย่าดิ้น ของ ๆ เขา ไม่ใช่ของ ๆ เรา

อย่าไปอยากได้ของคนอื่น

24. ผมยุ่งมากเลย รอได้ไหมครับ

ถ้าอย่างนั้นหัวหน้าก็จะบอกเราเช่นกันว่า

“ผมยุ่งมากเลย เงินเดือนจ่ายช้าหน่อย ช่วยรอได้ไหม ?”

อย่าให้ต้องเป็นแบบนั้นเลยครับ

การบอกให้หัวหน้ารอในเรื่องมอบหมายงาน ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก

ทางที่ดีที่สุดอย่าบอกให้เขารอ แต่จงบอกไปว่าเราจะทำสำเร็จได้เมื่อไหร่

พร้อมอธิบายเหตุผลที่ตรงไปตรงมาอย่างชัดเจนครับ

โลกไม่ได้เร่งรีบอะไร แต่รอได้จนกว่าจะเพอร์เฟ็ค

25. ผมขอกลับไวหน่อยนะ เพราะวันนี้ไม่มีงานอะไรให้ทำเลย

ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรที่เราจะขอกลับเร็ว

แต่อย่าบอกว่ามันเป็นเพราะเราไม่มีอะไรทำ ในการทำงานคำว่า

‘ไม่มีอะไรให้ทำ’ ไม่มีหรอกครับ

ไม่อย่างนั้นเขาจะเรียกว่าทำงานหรือ ?

ยังมีโปรเจคงานอีกตั้งหลายชิ้นที่อาจยังไม่ถึงเวลา

แต่ในเมื่อเราสะสางงานอื่นเสร็จแล้ว

ก็หันไปเริ่มทำงานใหม่ได้ทันที

เชื่อเถอะครับว่าหัวหน้าทุกคนชอบลูกน้องที่ทำงานเสร็จไว

และมีความกระตือรือร้นในการที่

จะสะสางงานใหม่ในทันที ไม่ใช่กลับไวในทันที

26. มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ

หลีกเลี่ยงคำนี้ไว้บ้างก็ดี เพราะหัวหน้าทุกคนอย ากได้ยินแต่คำว่า

‘เป็นไปได้’ ‘ทำได้’ และ ‘สำเร็จแน่’

แม้ว่าบางครั้งมันอาจดูเหมือน “เป็นไปไม่ได้”

จริง ๆ แต่เราจะรู้ได้อย่างไรล่ะ ถ้าหากยังไม่เคยได้ลองทำมันอย่างตั้งใจ

ที่มา : marketingoops

Load More Related Articles
Load More By adminta
Load More In สอนใจ
Comments are closed.

Check Also

7 วิธีปฏิเสธคนยังไง ให้ได้ผล และไม่ต้องกลัวผิดใจกัน

1. เราขอคิดดูก่อนนะ เวลามีคนมาชวนให้ไปไหนมาไหน หรือไปทำ … …